เครื่องร่อนผง: ร่องผงชนิดใดบ้าง

เครื่องร่อนผง

เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลมากขึ้น และในปัจจุบันหนึ่งในเทคโนโลยีเครื่องกลที่เป็นที่นิยมในหลายๆอุตสาหกรรมคือเครื่องร่อนผง โดยที่ตัวเครื่องร่อนผงของเครื่องร่อนผงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • ร่องผงแบบตะแกรง (Screened sieves) เป็นร่องผงที่มีรูพรุนบนผิว ทำหน้าที่กรองผงให้มีขนาดตามต้องการ ร่องผงชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่
    • ร่องผงแบบกลม (Round sieves) เป็นร่องผงที่มีรูพรุนเป็นวงกลม
    • ร่องผงแบบสี่เหลี่ยม (Rectangular sieves) เป็นร่องผงที่มีรูพรุนเป็นรูปสี่เหลี่ยม
  • ร่องผงแบบแผ่น (Plate sieves) เป็นร่องผงที่มีแผ่นกรองวางอยู่บนพื้นผิว ทำหน้าที่กรองผงให้มีขนาดตามต้องการ ร่องผงชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่
    • ร่องผงแบบแผ่นเรียบ (Plain plate sieves) เป็นร่องผงที่มีแผ่นกรองเรียบ
    • ร่องผงแบบแผ่นร่อง (Ribbed plate sieves) เป็นร่องผงที่มีแผ่นกรองมีร่อง

นอกจากนี้ ยังมีร่องผงแบบอื่นๆ ที่ใช้เฉพาะในอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น

  • ร่องผงแบบแม่เหล็ก (Magnetic sieves) เป็นร่องผงที่มีแผ่นแม่เหล็กติดอยู่ เพื่อดึงดูดเศษโลหะออกจากผง
  • ร่องผงแบบแสง (Optical sieves) เป็นร่องผงที่ใช้แสงเพื่อแยกผงออกจากกัน โดยผงแต่ละชนิดจะดูดซับแสงได้แตกต่างกัน

การเลือกร่องผงที่เหมาะสมกับการใช้งานนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดของผง ปริมาณของผง ความต้องการในการคัดแยกผง เป็นต้น

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่องผงแต่ละประเภท

  • ร่องผงแบบตะแกรง

ร่องผงแบบตะแกรงเป็นร่องผงที่พบได้ทั่วไป เครื่องร่อนผงส่วนใหญ่จะใช้ร่องผงแบบตะแกรงนี้ ร่องผงแบบตะแกรงมีราคาถูก ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพในการคัดแยกผงได้ดี

  • ร่องผงแบบแผ่น

ร่องผงแบบแผ่นเป็นร่องผงที่เหมาะสำหรับการคัดแยกผงที่มีขนาดใหญ่หรือมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ ร่องผงแบบแผ่นมีราคาสูงกว่าร่องผงแบบตะแกรง แต่มีประสิทธิภาพในการคัดแยกผงได้ดีเช่นกัน

  • ร่องผงแบบแม่เหล็ก

ร่องผงแบบแม่เหล็กใช้สำหรับแยกเศษโลหะออกจากผง ร่องผงแบบแม่เหล็กมีราคาสูงกว่าร่องผงแบบตะแกรงและร่องผงแบบแผ่น แต่มีประสิทธิภาพในการแยกเศษโลหะออกจากผงได้ดี

  • ร่องผงแบบแสง

ร่องผงแบบแสงใช้สำหรับแยกผงออกเป็นหลายชั้นตามขนาดและสี ร่องผงแบบแสงมีราคาสูงกว่าร่องผงแบบอื่นๆ แต่มีประสิทธิภาพในการแยกผงได้หลากหลาย

Tags: